วัดสุนีย์ศรัทธาธรรม
หน้าหลัก
-หน้าหลัก
-ประวัติ
-ข่าวสาร
-วิธีอุปสมบท มหานิกาย
-การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
-กระดานสนทนา
-ห้องภาพ
-แผนที่ไปวัด

สาระน่ารู้
-ประวัติพระพุทธศาสนา
-หลักธรรมะ
-ทศชาติชาดก
-พุทธสถาน
-ต้นไม้ในพุทธประวัติ

กว่าจะมาเป็นพระเครื่อง

ศาสนาพิธี

-ทำบุญวันเกิด
-ทำสังฆทานอย่างไรได้ประโยชน์
-การกรวดน้ำ
-การแผ่เมตตา
-การทำบุญ เลี้ยงพระ
-การตักบาตร
-วันสำคัญทางศาสนาพุทธ

เกร็ดความรู้

- การประพฤติพรหมจรรย์
-หิว เป็น นามธรรม
-มหาบุรุษลักษณะ 32 ประการ
-มงคล 38 ประการ

รูปภาพน่ารัก












ต้นไม้ในพุทธประวัติ

พุทธศาสนิกชนส่วนมากรู้จักต้นไม้ที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา   หรือ ต้นไม้ที่เกี่ยวกับพระพุทธประวัติเพียงไม่กี่ต้น ที่ขึ้นใจจำแม่นได้ แก่ " ต้นศรีมหาโพธิ์" จึงได้มีการรวบรวมชื่อต้นไม้ต่างๆ เกี่ยวกับพระพุทธประวัติ   ตั้งแต่พระพุทธเจ้าประสูติ   ตรัสรู้  และสู่พระปรินิพพาน จากปฐมสมโพธิมาไว้ดังนี้

ตอนประสูติ เมื่อพระนางสิริมหามายา พระพุทธมารดาทรงครรภ์ใกล้จะครบกำหนด จึงเสด็จออกจากนครกบิลพัสดุ์ เพื่อประสูติในกรุงเทวทหะนคร อันเป็นตระกูลของพระนางตามธรรมเนียมพราหมณ์ ครั้นเสด็จไปถึงตำบล "ลุมพินี" อยู่ระหว่างนครกบิลพัสดุ์กับเทวทหะนคร เป็นที่ร่มรื่น ทรงปรารถนาจะพักสักครู่หนึ่ง   ทรงหยุดขบวนภายใต้ร่มต้นสาละ ลมพัดกิ่งสาละย้อยต่ำลงมา พระนางพอพระทัย ประทับยืนชูพระหัตถ์ขึ้นไขว่คว้าเหนี่ยวกิ่งสาละนั้น และขณะนั้นเองพระนางก็ทรงรู้สึกปวดพระครรภ์โภทรเหมือนหนึ่งจะมีการประสูติ ไม่ทันจะรวมพละกำลังเตรียมพระองค์ได้ พระนางก็ประสูติพระสิทธัตถะกุมาร ทั้งๆ ที่ประทับอยู่ในอิริยาบถยืน

ตอนตรัสรู้ เมื่อพระสิทธัตถะเสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์เสด็จออกจากพระนครเข้าสู่ชนบทจนถึงอุรุเวลาเสนานิคม ประทับอยู่ ณ ที่นั้น ทรงบำเพ็ญทุกกรกิริยาก็ไม่สามารถจะสำเร็จพระโพธิญาณได้ภายหลังจึงกลับมาเสวยพระกระยาหาร และในเวลาเช้าวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ นาง สุชาดา ธิดาของกฎุมพี (คนมั่งมี นักธุรกิจการค้า) นายใหญ่แห่งชาวบ้านเสนานิคม ตำบลอุรุเวลา ได้นำข้าวมธุปายาสมาถวายเมื่อเสวยแล้ว ทรงนำถาดทองไปลอยในแม่น้ำเนรัญชราแล้ว จึงเสด็จไปประทับในดงสาลวัน ภายใต้ร่มต้นสาลพฤกษ์ ใกล้ฝั่งแม่น้ำเนรัญชราในเวลากลางวัน ครั้นเวลาเย็นเสด็จไปสู่ต้นศรีมหาโพธิ์ ( อัสสัตถพฤกษ์ โพธิ์ใบ) ทรงรับหญ้าคาของคนหาบหญ้า ชื่อโสตถิยะพราหมณ์ถวายระหว่างทาง ๘ กำ นำมาทรงลาดต่างบัลลังก์ ณ ควงต้นศรีมหาโพธิ์ด้านปราจีนทิศ   จึงได้ตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิ์ญาณ ในเวลารุ่งอรุณ วันเพ็ญ เดือน ๖

ประทับโคนต้นศรีมหาโพธิ์ ๗ วัน เสวยวิมุติสุข ( มีความสุขที่หลุดพ้นจากกิเลส) แล้วจึงเสด็จไปประทับใต้ร่มไทร ( นิโครธ)   อันเป็นที่พำนักแห่งคนเลี้ยงแพะ จึงได้พระนามว่า "อชะปาถนิโครธ" ประทับใต้ร่มไทร ๗ วัน ทรงย้ายไปประทับใต้ร่มต้นจิก ด้วยเหตุที่ฝนตกหนักหนาวมากมาหลายวัน พญานาคชื่อ มุจลินท์ ได้มาวงขนด ๗ รอบ แผ่พังพานปรกพระพุทธเจ้า เป็นเหตุให้ขนานนามปางนี้ว่า "พระนาคปรก" และขนานนามต้นจิกว่า "มุจจลินท์"

ประทับใต้ร่มต้นจิกหรือมุจจลินทร์ ๗ วัน จึงย้ายไปประทับใต้ร่มต้นเกด ซึ่งได้นามว่า "ราชายตนะ" ได้รับข้าวสัตตุผง สัตตุก้อนจาก ตปุสสะ และภัลลิกะ นายพานิช ๒ คนถวาย

ทุกๆ ๗ วัน ที่ประทับใต้ร่มต้นไม้ต่างๆ นี้ เสวยวิมุตติสุขทรงบำเพ็ญเพียรทางจิต และทรงทบทวนหลักสัจธรรมต่างๆ ที่พระองค์ได้ตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณ เพื่อเสด็จไปเผยแพร่หลักธรรมต่อไป

ตอนพระปรินิพพาน ความว่า เมื่อเสด็จไปถึงเมืองกุสินาราพระพุทธเจ้าทรงเหน็ดเหนื่อยมาก จึงเสด็จไปประทับบริเวณ " สาลวโนทยาน" ของมัลละกษัตริย์แห่งเมืองกุสินารา รับสั่งให้พระอานนท์องค์อุปฐาก   ปูลาดที่บรรทมหันพระเศียรไปทางทิศเหนือภายใต้ระหว่าง  " สาลพฤกษ์"ทั้งคู่แล้วเสด็จเข้าสู่พระปรินิพพาน ภายใต้ร่มสาละทั้งคู่ ในสาลวโนทยาน แห่งกรุงกุสินารานั้น

เป็นที่น่าสังเกตว่า พระพุทธเจ้าประสูติใต้ร่มสาละ ตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณใต้ร่มต้นศรีมหาโพธิ์ และเสด็จเข้าสู่พระปรินิพพานก็ใต้ร่มสาละ ล้วนแต่ใต้ร่มไม้ทั้งนั้น

ที่

ชื่อต้นไม้

1

พระตัณหังกรพุทธเจ้า (ผู้กล้าหาญ)

ต้นตีนเป็ดขาว (ต้นสัตตบรรณ)

2

พระเมธังกรพุทธเจ้า (ผู้มียศใหญ่)

ต้นทองกวาว (ต้นกิงสุกะ)

3

พระสรณังกรพุทธเจ้า (ผู้เกื้อกูลแก่ชาวโลก)

ต้นแคฝอย (ต้นปาตลี)

4

พระทีปังกรพุทธเจ้า (ผู้ทรงไว้ซึ่งปัญญาอันรุ่งเรือง)

ต้นเลียบ (ต้นปิปผลิ)

5

พระโกณฑัญญพุทธเจ้า (ผู้เป็นประมุขแห่งหมู่ชน)

ต้นสาละใหญ่ (ต้นมหาสาละ)

6

พระมังคลพุทธเจ้า (ผู้เป็นบุรุษประเสริฐ)

ต้นกากะทิง (ต้นนาคะ)

7

พระสุมนพุทธเจ้า (ผู้เป็นวีรบุรุษมีพระหฤทัยงาม)

ต้นกากะทิง (ต้นนาคะ)

8

พระเรวตพุทธเจ้า (ผู้เพิ่มพูนความยินดี)

ต้นกากะทิง (ต้นนาคะ)

9

พระโสภิตพุทธเจ้า (ผู้สมบูรณ์ด้วยพระคุณ)

ต้นกากะทิง (ต้นนาคะ)

10

พระอโนมทัสสีพุทธเจ้า (ผู้สูงสุดในหมู่ชน)

ต้นกุ่ม (ต้นกักกุธะ)

11

พระปทุมพุทธเจ้า (ผู้ทำให้โลกสว่าง)

ต้นอ้อยช้างใหญ่ (ต้นมหาโสณกะ)

12

พระนารทพุทธเจ้า (ผู้เป็นสารภีประเสริฐ)

ต้นอ้อยช้างใหญ่ (ต้นมหาโสณกะ)

13

พระปทุมุตรพุทธเจ้า (ผู้เป็นที่พึ่งของหมู่สัตว์)

ต้นสน (ต้นสลฬะ)

14

พระสุเมธพุทธเจ้า (ผู้หาบุคคลเปรียบมิได้)

ต้นสะเดา (ต้นนิมพะ)

15

พระสุชาตพุทธเจ้า (ผู้เลิศกว่าสัตว์โลกทั้งปวง)

ต้นไผ่ใหญ่ (ต้นมหาเวฬุ)

16

พระปิยทัสสีพุทธเจ้า (ผู้ประเสริฐกว่าหมู่นรชน)

ต้นกุ่ม (ต้นกักกุธะ)

17

พระอัตถทัสสีพุทธเจ้า (ผู้มีพระกรุณา)

ต้นจำปาป่า (ต้นจัมปกะ)

18

พระธัมมทัสสีพุทธเจ้า (ผู้บรรเทาความมืด)

ต้นมะพลับ (ต้นพิมพชาละ)

19

พระสิทธัตถพุทธเจ้า (ผู้หาบุคคลเสมอมิได้ในโลก)่

ต้นกรรณิการ์ (ต้นกณิการระ)

20

พระติสสพุทธเจ้า (ผู้ประเสริฐกว่านักปราชญ์ทั้งหลาย)

ต้นประดู่ลาย (ต้นอสนะ)

21

พระปุสสพุทธเจ้า (ผู้ประทานธรรมอันประเสริฐ)

ต้นมะขามป้อม (ต้นอามัณฑะ)

22

พระวิปัสสีพุทธเจ้า (ผู้หาที่เปรียบมิได้)

ต้นแคฝอย (ต้นปาตลี)

23

พระสิขีพุทธเจ้า (ผู้เป็นศาสดาเกื้อกูลแก่สรรพสัตว์)

ต้นกุ่ม (ต้นกักกุธะ)

24

พระเวสสภูพุทธเจ้า (ผู้ประทานความสุข)ู

ต้นอ้อยช้างใหญ่ (ต้นมหาโสณกะ)

25

พระกุกกุสันธพุทธเจ้า (ผู้นำสัตว์ออกจากกันดารตัวกิเลส)

ต้นซึก (ต้นสิรีสะ)

26

พระโกนาคมนพุทธเจ้า (ผู้หักเสียซึ่งข้าศึกคือกิเลส)

ต้นมะเดื่อ (ต้นอุทุมพร)

27

พระกัสสปพุทธเจ้า (ผู้สมบูรณ์ด้วยสิริ)

ต้นไทรหรือกร่าง (ต้นนิโครธ)

28

พระโคตมพุทธเจ้า (ผู้ประเสริฐแห่งหมู่ศากยราช)

ต้นโพธิ์ (ต้นอัสสัตถะ)

29

ต้นงิ้ว วิมานฉิมพลีของนางกากี

 

30

ดอกเข้าพรรษา งามสง่าในลีลา ‘ หงส์เหิน '

 

31

มณฑา ดอกไม้ทิพย์แห่งสวรรค์

 

32

บุนนาค สวยทั้งใบ หอมชื่นใจทั้งดอก

 

33

ตะเคียนที่สิงสถิตของนางไม้

 

34

สายหยุด หยุดกลิ่นฟุ้งยามสาย

 

35

กัลปพฤกษ์ ต้นไม้สารพัดนึก

 

36

กระทุ่ม ต้นไม้ประจำอมรโคยานทวีป ในมนุสสภูมิ

 

37

คัดเค้า บานทั้งเช้า บานทั้งเย็น

 

38

ปาริชาต ต้นไม้สวรรค์ชั้นดาวดึงส์

 

39

ต้นจิก ไม้พญานาค

 

40

อโศก ตำนานรักของกามนิต

 

41

กล้วยรุ่งอรุณ สีสันสดใส...แค่เรื่องกล้วยๆ

 

42

กล้วยดอกบัวทอง ดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์แห่งยูนนาน

 

43

ส้มมือ หรืออีกชื่อ ‘ ส้มนิ้วพระหัตถ์ '

 

44

กิน ‘ สมอ ' ดีเสมอ

 

45

พุทธรักษา ดอกงาม นามมงคล

 

46

กำยาน “ ความหอมอมตะ ”

 

47

ตาล ที่มาของตาลปัตร

 

48

มะม่วงไม่รู้หาวมะนาวไม่รู้โห่ คือ หนามแดง

 

 

 

 
 

คัดลอกมาจาก
http://www.dhammajak.net