พุทธศาสนิกชนส่วนมากรู้จักต้นไม้ที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา หรือ ต้นไม้ที่เกี่ยวกับพระพุทธประวัติเพียงไม่กี่ต้น ที่ขึ้นใจจำแม่นได้ แก่ " ต้นศรีมหาโพธิ์" จึงได้มีการรวบรวมชื่อต้นไม้ต่างๆ เกี่ยวกับพระพุทธประวัติ ตั้งแต่พระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ และสู่พระปรินิพพาน จากปฐมสมโพธิมาไว้ดังนี้
ตอนประสูติ เมื่อพระนางสิริมหามายา พระพุทธมารดาทรงครรภ์ใกล้จะครบกำหนด จึงเสด็จออกจากนครกบิลพัสดุ์ เพื่อประสูติในกรุงเทวทหะนคร อันเป็นตระกูลของพระนางตามธรรมเนียมพราหมณ์ ครั้นเสด็จไปถึงตำบล "ลุมพินี" อยู่ระหว่างนครกบิลพัสดุ์กับเทวทหะนคร เป็นที่ร่มรื่น ทรงปรารถนาจะพักสักครู่หนึ่ง ทรงหยุดขบวนภายใต้ร่มต้นสาละ ลมพัดกิ่งสาละย้อยต่ำลงมา พระนางพอพระทัย ประทับยืนชูพระหัตถ์ขึ้นไขว่คว้าเหนี่ยวกิ่งสาละนั้น และขณะนั้นเองพระนางก็ทรงรู้สึกปวดพระครรภ์โภทรเหมือนหนึ่งจะมีการประสูติ ไม่ทันจะรวมพละกำลังเตรียมพระองค์ได้ พระนางก็ประสูติพระสิทธัตถะกุมาร ทั้งๆ ที่ประทับอยู่ในอิริยาบถยืน
ตอนตรัสรู้ เมื่อพระสิทธัตถะเสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์เสด็จออกจากพระนครเข้าสู่ชนบทจนถึงอุรุเวลาเสนานิคม ประทับอยู่ ณ ที่นั้น ทรงบำเพ็ญทุกกรกิริยาก็ไม่สามารถจะสำเร็จพระโพธิญาณได้ภายหลังจึงกลับมาเสวยพระกระยาหาร และในเวลาเช้าวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ นาง สุชาดา ธิดาของกฎุมพี (คนมั่งมี นักธุรกิจการค้า) นายใหญ่แห่งชาวบ้านเสนานิคม ตำบลอุรุเวลา ได้นำข้าวมธุปายาสมาถวายเมื่อเสวยแล้ว ทรงนำถาดทองไปลอยในแม่น้ำเนรัญชราแล้ว จึงเสด็จไปประทับในดงสาลวัน ภายใต้ร่มต้นสาลพฤกษ์ ใกล้ฝั่งแม่น้ำเนรัญชราในเวลากลางวัน ครั้นเวลาเย็นเสด็จไปสู่ต้นศรีมหาโพธิ์ ( อัสสัตถพฤกษ์ โพธิ์ใบ) ทรงรับหญ้าคาของคนหาบหญ้า ชื่อโสตถิยะพราหมณ์ถวายระหว่างทาง ๘ กำ นำมาทรงลาดต่างบัลลังก์ ณ ควงต้นศรีมหาโพธิ์ด้านปราจีนทิศ จึงได้ตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิ์ญาณ ในเวลารุ่งอรุณ วันเพ็ญ เดือน ๖
ประทับโคนต้นศรีมหาโพธิ์ ๗ วัน เสวยวิมุติสุข ( มีความสุขที่หลุดพ้นจากกิเลส) แล้วจึงเสด็จไปประทับใต้ร่มไทร ( นิโครธ) อันเป็นที่พำนักแห่งคนเลี้ยงแพะ จึงได้พระนามว่า "อชะปาถนิโครธ" ประทับใต้ร่มไทร ๗ วัน ทรงย้ายไปประทับใต้ร่มต้นจิก ด้วยเหตุที่ฝนตกหนักหนาวมากมาหลายวัน พญานาคชื่อ มุจลินท์ ได้มาวงขนด ๗ รอบ แผ่พังพานปรกพระพุทธเจ้า เป็นเหตุให้ขนานนามปางนี้ว่า "พระนาคปรก" และขนานนามต้นจิกว่า "มุจจลินท์"
ประทับใต้ร่มต้นจิกหรือมุจจลินทร์ ๗ วัน จึงย้ายไปประทับใต้ร่มต้นเกด ซึ่งได้นามว่า "ราชายตนะ" ได้รับข้าวสัตตุผง สัตตุก้อนจาก ตปุสสะ และภัลลิกะ นายพานิช ๒ คนถวาย
ทุกๆ ๗ วัน ที่ประทับใต้ร่มต้นไม้ต่างๆ นี้ เสวยวิมุตติสุขทรงบำเพ็ญเพียรทางจิต และทรงทบทวนหลักสัจธรรมต่างๆ ที่พระองค์ได้ตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณ เพื่อเสด็จไปเผยแพร่หลักธรรมต่อไป
ตอนพระปรินิพพาน ความว่า เมื่อเสด็จไปถึงเมืองกุสินาราพระพุทธเจ้าทรงเหน็ดเหนื่อยมาก จึงเสด็จไปประทับบริเวณ " สาลวโนทยาน" ของมัลละกษัตริย์แห่งเมืองกุสินารา รับสั่งให้พระอานนท์องค์อุปฐาก ปูลาดที่บรรทมหันพระเศียรไปทางทิศเหนือภายใต้ระหว่าง " สาลพฤกษ์"ทั้งคู่แล้วเสด็จเข้าสู่พระปรินิพพาน ภายใต้ร่มสาละทั้งคู่ ในสาลวโนทยาน แห่งกรุงกุสินารานั้น
เป็นที่น่าสังเกตว่า พระพุทธเจ้าประสูติใต้ร่มสาละ ตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณใต้ร่มต้นศรีมหาโพธิ์ และเสด็จเข้าสู่พระปรินิพพานก็ใต้ร่มสาละ ล้วนแต่ใต้ร่มไม้ทั้งนั้น
ที่ |
|
ชื่อต้นไม้ |
1 |
พระตัณหังกรพุทธเจ้า (ผู้กล้าหาญ) |
ต้นตีนเป็ดขาว (ต้นสัตตบรรณ) |
2 |
พระเมธังกรพุทธเจ้า (ผู้มียศใหญ่) |
ต้นทองกวาว (ต้นกิงสุกะ) |
3 |
พระสรณังกรพุทธเจ้า (ผู้เกื้อกูลแก่ชาวโลก) |
ต้นแคฝอย (ต้นปาตลี) |
4 |
พระทีปังกรพุทธเจ้า (ผู้ทรงไว้ซึ่งปัญญาอันรุ่งเรือง) |
ต้นเลียบ (ต้นปิปผลิ) |
5 |
พระโกณฑัญญพุทธเจ้า (ผู้เป็นประมุขแห่งหมู่ชน) |
ต้นสาละใหญ่ (ต้นมหาสาละ) |
6 |
พระมังคลพุทธเจ้า (ผู้เป็นบุรุษประเสริฐ) |
ต้นกากะทิง (ต้นนาคะ) |
7 |
พระสุมนพุทธเจ้า (ผู้เป็นวีรบุรุษมีพระหฤทัยงาม) |
ต้นกากะทิง (ต้นนาคะ) |
8 |
พระเรวตพุทธเจ้า (ผู้เพิ่มพูนความยินดี) |
ต้นกากะทิง (ต้นนาคะ) |
9 |
พระโสภิตพุทธเจ้า (ผู้สมบูรณ์ด้วยพระคุณ) |
ต้นกากะทิง (ต้นนาคะ) |
10 |
พระอโนมทัสสีพุทธเจ้า (ผู้สูงสุดในหมู่ชน) |
ต้นกุ่ม (ต้นกักกุธะ) |
11 |
พระปทุมพุทธเจ้า (ผู้ทำให้โลกสว่าง) |
ต้นอ้อยช้างใหญ่ (ต้นมหาโสณกะ) |
12 |
พระนารทพุทธเจ้า (ผู้เป็นสารภีประเสริฐ) |
ต้นอ้อยช้างใหญ่ (ต้นมหาโสณกะ) |
13 |
พระปทุมุตรพุทธเจ้า (ผู้เป็นที่พึ่งของหมู่สัตว์) |
ต้นสน (ต้นสลฬะ) |
14 |
พระสุเมธพุทธเจ้า (ผู้หาบุคคลเปรียบมิได้) |
ต้นสะเดา (ต้นนิมพะ) |
15 |
พระสุชาตพุทธเจ้า (ผู้เลิศกว่าสัตว์โลกทั้งปวง) |
ต้นไผ่ใหญ่ (ต้นมหาเวฬุ) |
16 |
พระปิยทัสสีพุทธเจ้า (ผู้ประเสริฐกว่าหมู่นรชน) |
ต้นกุ่ม (ต้นกักกุธะ) |
17 |
พระอัตถทัสสีพุทธเจ้า (ผู้มีพระกรุณา) |
ต้นจำปาป่า (ต้นจัมปกะ) |
18 |
พระธัมมทัสสีพุทธเจ้า (ผู้บรรเทาความมืด) |
ต้นมะพลับ (ต้นพิมพชาละ) |
19 |
พระสิทธัตถพุทธเจ้า (ผู้หาบุคคลเสมอมิได้ในโลก)่ |
ต้นกรรณิการ์ (ต้นกณิการระ) |
20 |
พระติสสพุทธเจ้า (ผู้ประเสริฐกว่านักปราชญ์ทั้งหลาย) |
ต้นประดู่ลาย (ต้นอสนะ) |
21 |
พระปุสสพุทธเจ้า (ผู้ประทานธรรมอันประเสริฐ) |
ต้นมะขามป้อม (ต้นอามัณฑะ) |
22 |
พระวิปัสสีพุทธเจ้า (ผู้หาที่เปรียบมิได้) |
ต้นแคฝอย (ต้นปาตลี) |
23 |
พระสิขีพุทธเจ้า (ผู้เป็นศาสดาเกื้อกูลแก่สรรพสัตว์) |
ต้นกุ่ม (ต้นกักกุธะ) |
24 |
พระเวสสภูพุทธเจ้า (ผู้ประทานความสุข)ู |
ต้นอ้อยช้างใหญ่ (ต้นมหาโสณกะ) |
25 |
พระกุกกุสันธพุทธเจ้า (ผู้นำสัตว์ออกจากกันดารตัวกิเลส) |
ต้นซึก (ต้นสิรีสะ) |
26 |
พระโกนาคมนพุทธเจ้า (ผู้หักเสียซึ่งข้าศึกคือกิเลส) |
ต้นมะเดื่อ (ต้นอุทุมพร) |
27 |
พระกัสสปพุทธเจ้า (ผู้สมบูรณ์ด้วยสิริ) |
ต้นไทรหรือกร่าง (ต้นนิโครธ) |
28 |
พระโคตมพุทธเจ้า (ผู้ประเสริฐแห่งหมู่ศากยราช) |
ต้นโพธิ์ (ต้นอัสสัตถะ) |
29 |
ต้นงิ้ว วิมานฉิมพลีของนางกากี |
|
30 |
ดอกเข้าพรรษา งามสง่าในลีลา หงส์เหิน ' |
|
31 |
มณฑา ดอกไม้ทิพย์แห่งสวรรค์ |
|
32 |
บุนนาค สวยทั้งใบ หอมชื่นใจทั้งดอก |
|
33 |
ตะเคียนที่สิงสถิตของนางไม้ |
|
34 |
สายหยุด หยุดกลิ่นฟุ้งยามสาย |
|
35 |
กัลปพฤกษ์ ต้นไม้สารพัดนึก |
|
36 |
กระทุ่ม ต้นไม้ประจำอมรโคยานทวีป ในมนุสสภูมิ |
|
37 |
คัดเค้า บานทั้งเช้า บานทั้งเย็น |
|
38 |
ปาริชาต ต้นไม้สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ |
|
39 |
ต้นจิก ไม้พญานาค |
|
40 |
อโศก ตำนานรักของกามนิต |
|
41 |
กล้วยรุ่งอรุณ สีสันสดใส...แค่เรื่องกล้วยๆ |
|
42 |
กล้วยดอกบัวทอง ดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์แห่งยูนนาน |
|
43 |
ส้มมือ หรืออีกชื่อ ส้มนิ้วพระหัตถ์ '
|
|
44 |
กิน สมอ ' ดีเสมอ |
|
45 |
พุทธรักษา ดอกงาม นามมงคล
|
|
46 |
กำยาน ความหอมอมตะ |
|
47 |
ตาล ที่มาของตาลปัตร |
|
48 |
มะม่วงไม่รู้หาวมะนาวไม่รู้โห่ คือ หนามแดง |
|