วัดสุนีย์ศรัทธาธรรม
หน้าหลัก
-หน้าหลัก
-ประวัติ
-ข่าวสาร
-วิธีอุปสมบท มหานิกาย
-การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
-กระดานสนทนา
-ห้องภาพ
-แผนที่ไปวัด

สาระน่ารู้
-ประวัติพระพุทธศาสนา
-หลักธรรมะ
-ทศชาติชาดก
-พุทธสถาน
-ต้นไม้ในพุทธประวัติ

กว่าจะมาเป็นพระเครื่อง

ศาสนาพิธี

-ทำบุญวันเกิด
-ทำสังฆทานอย่างไรได้ประโยชน์
-การกรวดน้ำ
-การแผ่เมตตา
-การทำบุญ เลี้ยงพระ
-การตักบาตร
-วันสำคัญทางศาสนาพุทธ

เกร็ดความรู้

- การประพฤติพรหมจรรย์
-หิว เป็น นามธรรม
-มหาบุรุษลักษณะ 32 ประการ
-มงคล 38 ประการ

รูปภาพน่ารัก













วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

 
 

วันสงกรานต์

 

         สงกรานต์ แปลว่า การย้ายที่ คือ เป็นวันที่พระอาทิตย์โครจรย้ายจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษ เป็นวันเปลี่ยนจุลศักราชใหม่ ตามการคำนวณของผู้รู้ทางโหราศาสตร์ ซึ่งจะตรงกับวันขึ้น 1 คำ เดือน 5 แต่การนับวันทางจันทรคตินี้ เมื่อเทียบกับวันทางสุริยคติ ในแต่ละปีจะไม่ตรงกัน จึงถือเอาวันที่ 13 เมษายนของทุกปี เป็นวันสงกรานต์ แต่เดิมเราถือเอาวันสงกรานต์ เป็นวันปีใหม่ของไทย และแม้ว่าในปัจจุบันได้เปลี่ยนไปถือเอาวันที่ 1 มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่ตามสากลเพื่อให้สอดคล้องกับนานาอารยปนะเทศ แต่ก็ยังยึดถือเอาวันสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่มาจนถึงทุกวันนี้ และยังถือว่าวันที่ 15 เมษายน เป็นวันครอบครัวอีกด้วย

            ประเพณีวันสงกรานต์ปกติมีทั้งหมด๓วัน คือเริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๓ เมษายน ถึง ๑๕ เมษายน โดยถือเอาวันที่ ๑๓ เป็นวันต้น หรือวันมหาสงกรานต์ วันที่ ๑๔ เป็นวันเนาหรือวันกลาง และวันที่ ๑๕ เป็นวันเถลิงศก หรือวันสุดท้าย แต่วันต้นวันเนาวันเถลิงศกนี้ หากนับทางจันทรคติหรือคำนวณทางโหราศาสตร์อาจจะคลาดเคลื่อนกันบ้างในแต่ละปี

จะมีการทอดผ้าป่าวันสงกรานต์ที่วัดสุนีย์ศรัทธาธรรมของทุกปี

วันมาฆบูชา

 

       วันมาฆบูชา ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 3 หรือประมาณเดือนกุมภาพันธ์ หากเป็นปีอธิกมาส (ปีที่มีเดือน 8 สองหน) วันมาฆบูชาจะเลื่อนไปเป็น วันขึ้น 15 ค่ำเดือน 4 หรือประมาณเดือนมีนาคม

         มาฆบูชา ย่อมาจากคำว่า มาฆปุรณมีบูชา แปลว่า การบูชาพระในวันเพ็ญเดือน 3 ถือว่าเป็นวันจาตุรงคสันนิบาต แปลว่า การประชุมอันประกอบด้วยองค์ 4 ซึ่งเป็นเหตุการณที่เกิดขึ้นพร้อมกันในสมัยพุทธกาล คือ

1. พระสงฆ์จำนวน 1250 ซึ่งไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาในสถานที่ต่างๆ ได้เดินทางมาเฝ้าพระพุทธเจ้า

2. พระสงเหล่านี้ล้วนเป็นพระอรหันต์ทั้งสิ้น แลได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้าโดยตรง การบวชชนิดนนี้เรียกว่า เอหิภิกขุอุปสัมปทา

3. พระสงฆ์จำนวน 1250 ได้เดินทางมาประชุมพร้อมกันโดยมได้นัดหมาย

4. วันที่มาประชุมกันตรงกับวันเพ็ญเดือน มาฆะ (วันเพ็ญเดือน 3) ในวันนี้พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงพระธรรมเทศนา อันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา คือ โอวาทปาติโมกข์ ซึ่งประกอบด้วย 3 ประการได้แก่ 1. ละเว้นความชั่วทั้งปวง 2. ทำความดีให้ถึงพร้อม 3. ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ผ่องใส

ประวัติในการประกอบพีธีกรรมทางพระพุทธศาสนา        

         การมีประเพณีมาฆบูชานี้ แต่เดิมไม่เคยทำมา พึ่งเกืดขึ้นในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวอยู่หัว ทรงตามแบบโบราณบัณฑิตนิยมไว้ว่า วันมาฆบุรมีพระจันทร์เสวยฤกษ์มาฆเต็มบริบูรณ์ เป็นวันที่พระอรหันต์จำนวน 1250 รูปได้มาประชุมพร้อมกันด้วยองค์สี่ประการ เรียกว่าจาตุรงคสันนิบาต พระพุทธเจ้าได้ตรัสเทศนาโอวาทปาติโมกข์ในที่ประชุมสงฆ์ เป็นการประชุมใหญ่และอัศจรรย์ในพระพุทธศาสนา จึงได้ถือเอาเหตุนั้นกอบการสักการะบูชาพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ 1250 รูปนั้น ให้เป็มที่ตั้งแห่งความเลื่อมใสสังเวช

วันวิสาขบูชา

 

วันวิสาขบูชา ตรงกับ วันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 หรือราวเดือนพฤษภาคม แต่หากตรงกันกับปีอธิกมาส คือ มีเดือน 8 สองหน วันวิสาขบูชาจะเลื่อนไปเป็นวันขึ้น 15 คำกลางเดือน 7 หรือราวเดือนมิถุนายน

         วิสาขบูชา ย่อมาจากคำว่า วิสาขปุรณนีบูชา หมายถึง การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ (เดือน 6) ในวันนี้ได้มีเหตุการณ์ที่สำคัญเกิดขึ้นได้แก่

1. เป็นวันประสูติ ของพระพุทธเจ้า ณ สวนลุมพินีวันซึ่งอยู่ระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์และกรุงเทวทหะ แคว้นสักกะ

2. เป็นวันตรัสรู้ ของพระพุทธเจ้า ณ ร่มศรีมหาโพธิ์ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนนิคม แคว้นมคธ โดยธรรมะที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้คือ

อริยสัจ 4 คือ ความจริงอันประเสริฐ 4 ประการได้แก่

        1. ทุกข์ คือ หนทางที่ทำให้เกิดทุกข์

        2. สมุทัย คือ เหตุที่ทำให้เกิดทุกข์

        3. นิโรธ คือ การดับทุกข์

         4. มรรค คือ หนทางให้ถึงการดับทุกข์  

     ทั้งสี่ข้อนี้ถือเป็นสัจ ธรรม เรียกว่าอริยสัจ เพราะเป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบเป็นสัจธรรมชั้นสูงประเสริฐกว่าสัจธรรมทั่วไป

3. เป็นวันปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ณ ต้นสาละคู่ ในสาลวโนทยานของมัลลกษัตริย์ใกล้เมืองกุสินารา แคว้นมัลละ รวมพระชนม์อายได้ 80 พรรษา

         เหตุการณ์ทั้งสามนี้ เกิดขึ้นในวันเพ็ญเดือนวิสาขะอย่างเดียวกัน นับว่าเป็นเรื่องอัศจรรย์ เราจึงกำหนดวันเพ็ญเดือนวิสาขะเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เพื่อระลึกถึงองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงค้นพบหลักธรรมแล้วนำมาสอนชาวโลกนั้นมิอาจประมาณได้

วันอาสาฬหบูชา

 

     วันอาสาฬหบูชาตรงกับ วันเพ็ญข้น 15 คำเดือน 8 หรือราวเดือน กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันพระจันทร์เสวยอาสาฬหฤษก์ แต่หากตรงกับปีอธิกมาส คือ มีเดือน 8 สองหน วันอาสาฬหบูชาจะเลื่อนไปเป็นวันเพ็ญขึ้น 15 คำ แทนซึ่งจะอยู่ในราวเดือนสิงหาคม

ประวัติความเป็นมา

         อาสฬหบูชา ย่อมาจากคำว่า อาสาฬหปุรณมีบูชา แปลว่า การบูชาในวันเพ็ญเดือน อาสาฬห คือ เดือน 8 ถือเป็นวันสำคัญวันหนึ่งในพระพุทธศาสนา เพราะมีเหคชตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น 3 ประการคือ

1. เป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา คือ แสดงธรรมเป็นครั้งแรก มีชื่อว่า ธัมมจักรกัปปวัตนสูตร ซึ่งมีใจความสำคัญกล่าวถึงอริยสัจ 4 การแสดงธรรมครั้งนี้เพื่อโปรด
เหล่าปัญจวคีย์ทั้ง 5คือ อัญญาโกญฑัญญะ วัปปะ ภัททิยะ มหานามะ และอัสสชิ ซึ่งท่านอัญญาโกณฑัญญะได้ดวงตาเห็นธรรม และได้รับการอุปสมบทด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา
เป็นพระอริยสงฆ์องค์แรกของพระพุทธศาสนาทำให้วันนี้มีพระรัตนตรัยครบองค์สาม

2. เป็นวันที่เกิดสังฆรัตนะหรือเป็นวันที่เกิดอริยพระสงฆ์สาวกในพระพุทธศาสนาเป็นครั้งแรกในโลก

3. เป็นในที่พระรัตนตรัยคือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เกิดขึ้นครบ 3 ประการเป็นครั้งแรกในโลก

การประกอบพิธีกรรมในวันอาสาฬหบูชา

1. ทำบุญตักบาตรในตอนเช้า

2. รักษาศีล ปฏิบัติธรรม ฟังพระธรรมเทศนา

3. เวียนเทียนที่วัดในตอนค่ำ

วันเข้าพรรษา

 

วันเข้าพรรษา คือ วันที่พระสงฆ์อธิษฐานว่าจะพักประจำอยู่ ณ แห่งใดแห่งหนึ่ง ตลอดระยะเวลาที่ฤดูฝนมีกำหนด 3 เดือนตามพระวินัยบัญญัติ โดยไม่ไปค้างแรมที่อื่น โดยทั่วเรียกกันว่า จำพรรษา

          วันเข้าพรรษา กำหนดเป็น 2 ระยะ คือ

1. ปุริมพรรษา คือ วันเข้าพรรษาต้น ตรงกับวันแรม 1 ค่ เดือน 6 ของทุกปี
2. ปัจฉิมพรรษา คือ วันเข้าพรรษาหลัง สำหรับปีอธิกมาส คือ มีเดือน 8 สองหน ตรงกับวันแรม 1 คำ เดือน 8 หลัง

ประวัติของวันเข้าพรรษา

         ในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าไม่ได้ทรงบัญญัติพระวินัยให้พระสงฆ์สาวกอยู่ประจำพรรษา เหล่าภิกษุสงฆ์จึงต่างพากันออกเดินทางเผยแผ่พระพุทธศาสนาในที่ต่างๆ โดยไม่ย่อท้อทั้งในฤดูหนาว ฤดูร้อน และฤดูฝน ต่อมาชาวบ้านได้พากันติเตียนว่า พวกสมณะไม่ยอมหยุดพักสัญจรแม้ในฤดูฝนในขณะที่นักบวชในศาสนาอื่น พากันหยุดเดินทางในช่วงฤดูฝน การที่พระภิกษุสงฆ์จาริกไปในที่ต่างๆ แม้ในฤดูฝน อาจเหยียบยำข้าวกล้าของชาวบ้านได้รับความเสียหาย หรืออาจไปเหยียบยำโดนสัตว์เล็กสัตว์น้อย
ที่ออกหาจินจนถึงแก่ความตาย เมื่อพระพุทธเจ้าทราบเรื่องจึงได้วางระเบียบให้ภิกษุประจำอยู่
ูที่วัดเป็นเวลา 3 เดือน พระสงฆ์ที่เข้าจำนำพรรษาแล้วจะไปค้างแรมที่อื่นไม่ได้ แต่หากมีกรณีจำเป็น 4 ประการต่อไปนี้ ภิกษุผู้อยู่พรรษาสามารถไปค้างที่อื่นได้ โดยไม่ถือว่าเป็นการขาดพรรษา แต่ต้องกลับมาภายในระยะเวลา 7 วัน คือ

1. ไปรักษาพยาบาลภิกษุ หรือบิดามารดาที่เจ็บป่วย

2. ไประงับไม่ให้ภิกษุสึก

3. ไปเพื่อกิจธุระของคณะสงฆ์

4. ทายกนิมนต์ไปฉลองศรับธาในการบำเพ็ญกุศลของเขา

จะมีพิธีการทำบุญหล่อเทียนจำนำพรรษาที่วัดสุนีย์ศรัทธาธรรมของทุกปี

วันออกพรรษา

 

      วันออกพรรษาตรงกับวันขึ้น 15 คำเดือน 11 หรือราวเดือนตุลาคม เป็นวันสิ้นสุดการจำพรรษาของพระภิกษุสงฆ์ที่อยู่ร่วมกันในวัดหรืถานที่ที่เข้าพรรษาตลอดระยะเวลา 3 เดือนในวันนี้พระสงฆ์จะประกอบพิธีสังฆกรรม ซึ่งเรียกว่า วันมหาปวารณา คือ เป็นวันที่พระภิกษุทุกรูปจะอนุญาตให้ว่ากล่าวตักเตือนกันได้ ในรื่องราวเกี่ยวกับความประพฤติต่างๆ  นับตั้งแต่พระเถระ ได้แก่ พระภิกษุผู้มีอาวุโสสูงลงมา จะสามารถว่ากล่าวตักเตือนกันหรือเปิดโอกาสให้ซักถามข้อสงสัยซึ่งกันและกัน

         การทำมหาปวารณา เป็นสังฆกรรมอย่างหนึ่งแทนการสวดปาติโมกข์(พระวินัย) ที่ได้กระทำกันทุก 15 วันในช่วงเข้าพรรษา


จะมีพิธีการทอดกฐินสามัคคี หลังออกพรรษา ที่วัดสุนีย์ศรัทธาธรรมของทุกปี

คัดลอกมาจาก

http://www.thaigoodview.com/library/studentshow/st2545/5-5/no27/songkran.html